Wordpress Themes

แก้ว

20 08 2008

2 วันกับการต่อสู้กับอาการปวดหัวอย่างเอาเป็นเอาตาย
ไม่รู้จะสู้เพื่ออะไร แต่อารมณ์คล้ายกับทรมานบันเทิง
เป็นเองได้ก็หายเองได้ เอิ๊กกกก… ยืนยันอย่างนี้จริงๆ

เมื่อคืนเพื่อนรักโทรหา…
เพราะเห็นแว๊บๆ ว่าป่วย
“ดูแลตัวเองหน่อยได้ไหม?”
“ก็ดูอยู่นะ ใครบ้างไม่รักตัวเอง”
“ปวดหัวเป็นอะไร ภูมิแพ้ ไมเกรน นอนน้อย หรือว่าอย่างอื่น”
“ไม่รู้…”
“เลิกกินกาแฟได้หรือเปล่า?”
“ไม่อ่ะ ขออย่างอื่นเหอะ เรื่องกาแฟกะเหล้านี่ไม่ต้องขอ ไม่มีวัน”
“มันน่าถีบนะ ข้อหลังเนี่ย”

วันนี้อาการปวดหัวที่ระดับต้นยังเท่าเดิม ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย
ไม่ใช้ยาในการรักษา ร่างกายต้องเยียวยาตัวเองให้ได้ (เท่านั้น)
เดินออกไปซื้อน้ำแข็งตอนเกือบบ่ายโมง ร้อนดี ทำให้ไม่ลืมตัว (เกี่ยวมั้ย?)
กลับมาชงกาแฟเย็นกิน กลับรู้สึกว่าน้ำแข็งไม่เย็น ซะงั้น

หยิบหน่อไม้มาอ่านต่อ หลังจากที่เปิดบันทึกการอ่านของตัวเองมา
พบว่ารอบปีนี้ อ่านหนังสือได้น้อยวาง แววจะโง่กระมัง
อาการ “อยากอ่าน” ไม่เคยจะลดหายไปซักวัน
แต่อาการที่ทำโน่นนี่จนดึกค่อนเช้าก็มีได้ทุกวัน เวลาหมด หมดเวลาไปทุกวัน
“คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ย 8 บรรทัดต่อคนต่อปี”
นี่อาจจะเป็นภาระหนึ่งที่เราจะต้องมุ่งมั่นเพื่อชาติให้ได้
รอและหวังว่าเมื่อไหร่จะ “คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ย 10 บรรทัดต่อคนต่อปี” เสียที (วะ)
คนทำโพล์ไม่เห็นสำรวจคนที่อ่านหนังสือนี่นาาาาาาา…
ลองทำโพล์จากในงานสัปดาห์หนังสือ คงทะลุ 15 บรรทัดต่อคนต่อปีแระ
บ้าชัดๆ

น้องต่อเดินมามองหน้า “ไหวมั้ยพี่” ยิ้มกลับไปแทนคำตอบ
“กินกาแฟอีก”
“รู้ได้ไงว่ากาแฟ”
“ก็พี่กินกาแฟใส่แก้วนี้ทุกที”
“ก็แก้วนี้มันมีความรักนินา”
“จะกินข้าวเย็นลงมั้ยเนี่ย”
อาจจะน่าอ้วก เลี่ยน ก็แค่พูดสิ่งที่คิด ผิดหรือไง?

pict01_resize.JPG

แก้วนี้เต็มไปด้วยความรักจริงๆ
และที่สำคัญเพิ่งเห็นว่ามีพระพิฆเนศวรที่แก้วด้วย
คิดถึงคนทำให้ คิดถึงคนที่อยู่ที่แก้ว
เรื่องเล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่มีได้ทุกวัน


Sign

19 08 2008

unchan_18-02_resize.JPG

ออกมาดูต้นไม้ที่ย้ายจากหลังบ้านมาหน้าบ้าน
กับดอกไม้หน้าบ้านเดิมแล้วขยับขยายย้ายที่ใหม่
บัวดินที่เหี่ยวทำท่าจะดีขึ้นมาก
อัญชันที่สอยมาจากบ้านพี่ใหญ่โผล่สีม่วงน้อยๆ มารอแล้ว
สัญญาณบางอย่าง สัญญาณแห่งความเบิกบาน

ยิ้มได้ในวันที่ร่างกายอ่อนแอ

บันทึก :
กิจวัตรยังคงเหมือนเดิม
เพิ่มภาระที่ร่างกายไม่สมประกอบมาอีกอย่าง

คนที่หายไปนานแสนจากจากสารระบบ MSN ก็ทักทายมา
คนที่หายไปนานไม่แสนนานจากสารระบบหัวใจ ก็กลับมา

บอกแล้วสัญญาณที่ดีมันมีมาเตือนแล้ว

โหมดเจ็บป่วย :
ยังคงปวดหัววินาศสันตโร ปวดก็คือปวด
เมื่อคืนปวดสาหัส แต่ก็ยังยิ้มได้
วันนี้ปวดกำลังดีให้ความรู้สึกที่ไม่ลืมตัว ฮาาา…


บันทึกของคน “เกิด(ที)หลัง”

18 08 2008

บ้าน - บางบัวทอง

ออกจากบ้านกะเวลาให้ถึงบางบัวทองเที่ยงตามที่นัดกะอิเพื่อนไว้
แวะซื้อวุ้นในมะพร้าวฝากที่บ้านพี่กบ
รู้ว่าผิดแผนตอนเที่ยงตรง อิเพื่อนไม่สามารถมาทันเวลาได้
และเราก็ไม่สามารถรอได้ด้วย เพราะภาระกิจ “สอน” ของน้ำริน

แผนแรกไปกินข้าวกับน้ำรินแล้วไปเจอกับพี่เสือตอนค่ำที่บางบัวทอง

แผนต่อมาคือแวะจอดรถ อิเพื่อนมารับแล้วไปกินข้าวกับน้ำริน
และการตัดสินใจระหว่างนัดพี่เสือ หรือกลับรถตู้เลย
แอบชั่งใจว่าอยากกินข้าวกับพี่ซักมื้อให้หายคิดถึง
แต่ความคิดถึงที่ทำให้พี่ต้องเหนื่อย…ชักไม่อยากแล้วเหมือนกัน

แต่ผิดแผน ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนทรงไปอย่างละนิด

บางบัวทอง - สยามพารากอน

ทางเลือกที่หนึ่ง เลี้ยวหัวรถกลับไปพารากอนทันทีให้ทันเวลานัดบ่ายโมง
ทางเลือกที่สอง ยอมจะช้าอีกนิดเพื่อคนที่บ้านพี่กบจะได้กินวุ้นในมะพร้าว

เลือกทางที่สอง ขับรถเข้าไปที่บ้านก่อน เอาวุ้นลง กระถางลง
นัดแนะกับพี่กวางไว้คร่าวๆ เรื่องตอนค่ำ (ตามที่พี่กวางคุยกะพี่เสือไว้)

“พี่ต้องออกไปส่งเราอีกใช่มั้ย”
“หึ ส่งทำไม”
“อ้าว ก็เราจะออกไปยังไงอ่ะ”
“ก็เอารถพี่กบไปไง หนูยังต้องใช้รถอ่ะพี่ อิอิ”
“ทุ้ยยยยย!!! โถ่ นึกว่าจะให้ไปส่ง”
คิดในใจกรูผิดมั้ยเนี่ย?

ว่าแล้วก็รีบวิ่งออกจากบ้านก่อนจะมีวาทะอื่นๆ ตามมา

เหลือเวลาอีก 40 นาทีนับจากบ้านพี่กบไปพารากอน
ตัดสินใจขึ้นทางด่วน เพื่อให้ตรงเวลานัด

bkk_18-03_resize.JPG

มลโทรหาตอนกำลังจอดรถที่พารากอน
“ทำไมมาถึงช้า ขึ้นทางด่วนน่าจะเร็ว”
“ฟ้ามันสวย”
“เกี่ยวไรกัน”
“ก็ฟ้าสวยเลยถ่ายรูป เลยทางลงไง เลยไปลงยมราช
เจอทางต้องเลือกระหว่างซ้ายกับขวา
คิดว่าน่าจะซ้ายไปพารากอนได้ แต่เลือกขวา เพราะอยากลอง”
“แล้วไง”
“ฮ่าาาา… เจอโรงบาลมิชชั่นไง ถึงได้รู้ว่า ถนนเพชรบุรีอยู่ด้านหลัง
ก็หาที่กลับรถจนมาถึงนี่แหละ”

กระทั่งมาถึงจุดนัดพร้อมกับน้ำริน ขำๆ ไม่ต้องนั่งรอนาน
เลือกอาหารกันจนขาลาก กับอารมณ์น้องที่เปลี่ยนไปมา
จากสิบเหลือห้า จากห้าเหลือสาม จากสามเหลือเป็นฟูจิ
น้องย้ำนักว่าไม่ต้องสั่งเผื่อ แต่ต่อมอะไรแตกก็ไม่รู้
“เอาอันนี้ช่วยกันกินนะ” ถามน้องว่าจะสั่งชุดอาหารกล่อง
น้องก็พยักหน้า แบบนี้ไม่เรียกสั่งเผื่อซะหน่อย ถามแล้วนี่หว่า
กลายเป็นว่าอาหารเหลือทั้งที่ไม่ควรเหลือ เสียดายแท้
แต่อิ่มจุกมาถึงคอหอยแล้ว ทำไงได้

พารากอน - จุฬาลงกรณ์

ลึกๆ ไม่ค่อยอภิรมณ์ในการเอารถเข้ามาละแวกนี้
หนึ่ง รถติด
สอง งงกับป้ายทางออกที่บอกชื่อถนนเท่านั้น
แต่มีตัวประกันเป็นน้ำริน ซึ่งช่วยได้มาก
“ออกๆ ไปเหอะพี่ เจอถนนเดี๋ยวก็รู้”
“เย้ยยยย…ช่วยหน่อยเด่ะ เอ่า ซ้ายหรือขวา”
“ซ้ายพี่ เราออกพญาไทดีกว่า พญาไทยเนี่ย ตรงที่ลงหัวช้างใช่มะ”
“หึ พี่มะรุ”
“พี่ใหม่ ขวาค่าาาา”
“อ้าวววว… มะเป็นไร ถอยได้” ว่าพลางกดไปฉุกเฉิน ถอยหลังไป
และแล้วเราก็ออกถนนพญาไทตรงจุดที่น้ำรินว่า
และแล้วก็ไปส่งน้องที่สาธิตจุฬาฝ่ายประถม
และแล้วก็วนรถออก แล้วมุ่งหน้าไปหาอิเพื่อน ที่ไหนดี

จุฬาลงกรณ์ - เซ็นทรัล ทาวน์

“อิเพื่อน ออกจากจุฬาฯ แล้ว”
“กรูอยู่ขนส่ง เจอกันไหนดี”
“ไหนล่ะที่นั่งนาน”
“เดอะมอลมะ”
“เดอะมอลไหน”
“งามฯ หรือเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์”
“เซ็ลทรัล เพราะใกล้บางบัวทอง อิอิ”
“อืมมม.. เดี๋ยวเจอกัน”

กำลังจะเลี้ยวเข้างามวงศ์วาน
“เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์เมิง คือเซ็นทรัล ทาวน์กรูใช่มะ”
“เออ” อิเพื่อนตอบมาอย่างขำ

เซ็นทรัล ทาวน์ - บางบัวทอง

วนจอดรถได้ชั้น 3 กำลังเดินเข้าห้างอิเพื่อนโทรมาในเวลาไม่ห่างกันมาก
นัดเจอกันที่เคเอฟซี นี่มันเรื่องใหญ่นะ เคยมาที่นี่กี่ครั้งหว่า??
น่าจะ 3-4 ครั้งเท่านั้นแหละ แล้วมาก็ทำธุระเสร็จกลับเลยซะด้วย
แต่เราก็หากันจนเจอ เอิ๊กกก…

คุยกันเรื่องฉันเรื่องเธอกับอิเพื่อน จนคนข้างกายอิเพื่อนขอตัวเพื่อเปิดโอกาส
ให้กันขนาดนี้ก็สวยสิ ทันทีที่คนข้างๆ คล้อยหลังไวๆ
อิเพื่อนก็รีบเอ่ยเรื่องต้องห้ามได้ในบัดเดี๋ยวนาวว..

จากนั้นย้ายทัพไป B2S สารภาพสุดหัวใจปวดหัวแทบจะเอาหัวโขกพื้น
แต่ life is going on เดินต่อไป คนอื่นทำเพื่อเราได้แล้วไยจะปวดหัว (วะ)

พี่เสือส่งเสียงโทรศัพท์มาแล้วว่าจะรออยู่ สตาร์บั๊คแมลงดาว
ทัพย้ายอีกครั้งไปสตาร์บั๊ค เห็นพี่เสือเติมน้ำเชื่อมกาแฟอยู่
บอกว่าอิเพื่อนอยู่ด้านนอก พี่เสือเลยล้มเลิกความคิดนั่งลอยชายในร้านกาแฟ
แต่เปลี่ยนเป็น “หิวข้าว่วะ ไปกินข้าวกันเหอะ”
เห็นสภาพแบบนี้ที่คุ้นเคยแล้วแอบชำเลืองเพื่อนที่ยังงงๆ อยู่
ว่า หิวหรืออิ่ม กินหรือไม่กิน
แต่พี่เสือไปอยู่ในโออิชิแล้ววววววววววว….

แนะนำอาการเสือโหยให้อิเพื่อนรู้คร่าวๆ
สัมพันธภาพระหว่างเพื่อนที่รักกับพี่ที่รักไปได้ดีพอสมควร
อะไรจะดีไปกว่านี้ ที่ได้มองสัมพันธภาพเกิดขึ้นอีก 1 ก้อน
ก้อนขี้หมา ฮาาาา…

bkk_18-04_resize.JPG

ปิดฉากของวันนี้ด้วยการเอาน้องแจ๊ซซี่ดีไปเก็บที่บ้านพี่ใหญ่
พี่ผู้หลงใหลพระจันทร์ส่งเสียงทักทายกับดวงกลมๆ บนฟ้า
หยิบหวานใจมาเก็บภาพแบบมือสั่นๆ ผสมปัญญาอ่อนๆ ของกล้อง
ขึ้นไปเอาน้ำหอมบนห้องพี่ใหญ่ กระโดดขึ้นรถ เดินทาง (เกือบ) ไกล

บางบัวทอง - บ้าน

คุยกันไประหว่างทาง
อยากกระโดดกอดซักที แต่เห็นหน้าแบบนี้เป็นห่วงตัวเองจะโดนถีบเหมือนกัน
ขอบคุณความห่วงใย และเรี่ยวแรงที่มีให้น้องมาเสมอ

วันก่อนเขียนการ์ดให้แม่ว่า
ขอบคุณ “แม่” ที่เติมเติมชีวิต
ให้ได้รู้ว่า “แม่” มีความหมายมากกว่า “ผู้ให้กำเนิด”

ถ้าวันนี้จะบอกพี่ว่า
ขอบคุณพี่เหมือนกันที่เติมเติมชีวิตให้รู้จักความรู้สึกของการมีพี่
ให้รู้ว่า “พี่” ไม่ได้มีความหมายแค่ “คนเกิดก่อน”


รักหรือไม่รักเธอมีสิทธิ์

17 08 2008

มีคนเคยถามว่า “ทำไมถึงไม่ยอมมีคนรัก?”

ให้ตอบแบบง่ายๆ ไม่ต้องลึกซึ้งมากมาย
ไม่ต้องขุดหาราก ถากหาโคนก็คือ
“ยังไม่พร้อมจะดูแลใคร”

เหตุผลอีกนานัปการนั้น…อย่ารู้เลย

แต่วันนี้… รู้สึก (เหมือนประมาณต้นปีที่แล้ว)
อยากมีรัก…แต่ไม่อยากผูกมัด ไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกับใคร
แค่อยากใช้เวลาร่วมกันบ้างเป็นบางวัน
มีกันและกันบ้างในเกือบทุกวัน…วันละนิดก็พอ

รู้สึกดีๆ ที่มีให้ใครบางคน
อยาก freeze ความรู้สึกอ่อนโยนในวันนี้ให้เป็นแบบนี้ตลอดไป
ขอบคุณที่ทำให้โลกนี้มีสีสันขึ้นมากมายและยิ้มได้ทั้งวัน : )
ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาหาทำให้เกิดความรู้สึกอยาก “ทักทายความรัก” ขึ้น

…รักหรือไม่รักเธอมีสิทธิ์คิดได้ทุกอย่างและใจฉันก็เป็นสิทธิ์ของฉันเช่นกัน…
กำลังจะเป็น Platonic Love อีกแล้ว รักแบบไม่หวังในตัวเขา
หวังผลทางด้านจิตใจให้กระชุ่มกระชวยอย่างเดียว

ขอให้ความ “อยากรัก” ที่มี เปลี่ยนเป็น “แอบรัก” หรือ “ได้รัก” ก็จะดี
ชีวิตจะได้มีรสชาติขึ้น (หรือมีเรื่องปวดหัวขึ้นอีกก็ไม่รู้)

ยังยืนยันวันนี้กับความรู้สึกที่ว่า “ยังไม่พร้อมที่จะดูแลใคร”
แต่พร้อมที่จะยิ้มกับความรักได้เสมอ ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนในชีวิต

ขอให้พรุ่งนี้มีตอนต่อไปสำหรับ “เรา”
 


พล่อยๆ

16 08 2008

เกิดอาการนอนไม่หลับในรอบหลายวัน
เหมือนร่างกายมันดื้อดึงต่อต้านความคิดที่บอกให้นอน

fa_16-04_resize.JPG

ด้วยภาระกิจที่คั่งค้างหลายอย่างกำลังรอการสะสาง
ชีวิตที่หัวหกก้นขวิด คิดถึงคนโน้นคนนี้เต็มไปหมด

คำพูดของบางคน “สะกิดต่อม” ปี๊ดและแตกได้
ชีวิตถ้าจะมีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกคงไม่ใช่เพราะความเหงา
หยุดดิ้นรนหาเพื่อนและมิตรภาพมาหลายปีแล้ว
เว้นเสียแต่ว่าสิ่งเหล่านี้เดินทางเข้ามาด้วยตัวของมันเอง

เพราะเชื่อเสมอว่าสิ่งที่ดี ถ้าจะมามันก็มาเอง

เหมือนที่เคยบอกไป… “บางสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้” : )

fa_16-06_resize.JPG

คนที่มีเพื่อนแท้แค่พอครบเท่า 10 นิ้วนับได้ก็โชคดีมากแล้ว
แอบดีใจ เพราะตอนนี้นับรวมนิ้วเท้าด้วย ก็ยังมีมากกว่านั้นอีก

ขอบคุณที่ฟ้าเปลี่ยนสีทุกวันทำให้โลก “ใบเดิม” เปลี่ยนแปลงบ้าง
ความจืดชืดที่เคยเห็นกลับมีชีวิตชีวาตามธรรมชาติที่ใครก็ปรุงแต่งไม่ได้

fa_16-20_resize.JPG

พระอาทิตย์ยังขึ้นทิศเดิมเดิม
แต่ความคิดหลายอย่างเปลี่ยนไป ตามวัยและเวลา
รอเวลาเปลี่ยนองศาไปนั่งดูพระอาทิตย์ดวงเดิม ขึ้นและตกที่ไหนซักที่

การขึ้นลงของพระอาทิตย์ไม่มีวันหยุดเป็นสิ่งที่แน่นอน
เหมือนที่เราหยุดความคิดคน(อื่น)ไม่ได้
แต่พอจะหยุดคิดกับความนึกคิดของตัวเองได้

ยังคงเวียนวนกับคำพูดพล่อยๆ ของใครบางคน
และแล้วก็ต้องปลง…เพราะใครบางคนมันก็คงเป็นแค่ “บางคน” ตลอดไป


นิ่ง-นิ่ง

15 08 2008

14-8-10_resize.JPG

พยายามอยู่นิ่งๆ แล้วเริ่มลำดับสิ่งที่จะ…
ต้องทำ ควรทำ และน่าจะทำ ลำดับสุดท้ายก็สิ่งที่ทำเพื่อตัวเองตามใจตัวเอง
ชีวิตที่ค่อนข้างผิดแผน เพราะไม่ชอบวางแผน และไม่ชอบอยู่ในกรอบ
หาข้ออ้างว่า “รักอิสระ” แก้ตัวกับตัวเองไปวันๆ

ความตั้งใจในแต่ละวัน 10 ข้อ ได้แค่ 2 ข้อก็ดีถมแล้ว
อย่างนี้จัดว่ามาตรฐานต่ำมาก

พอได้อยู่นิ่ง-นิ่งก็เริ่มมองเห็นสิ่งที่ต้องทำ ควรทำ และน่าทำเต็มไปหมด
บางเรื่องกลายเป็นดินที่พอกหางหมู
บางเรื่องคือแพลนที่วางไว้… แต่ไม่รู้จะได้เริ่มเมื่อไหร่

เริ่มวันละนิด
หักดิบความเรื่อยเปื่อยของตัวเองเสียบ้าง
นำตัวเองกลับสู่ตัวตนเดิมที่ขัดเกลาแล้ว เอิ๊กกก…

อันดับแรกคือเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจก่อน
อันดับต่อมาจึงจะเริ่มต้นแล้วไปได้สวย

การหาโอกาสให้ตัวเองได้ “นิ่ง” บ้าง
ทำให้มีเวลาคลุกคลีกับต้นไม้ใบหญ้า ลั้นลา - ลั้นลา

ขอบคุณใบไม้รอบตัวที่ทำให้พักสายตา และพักใจ


ถ้าเห็นพระจันทร์…

14 08 2008

  skyandmoon-06_resize.JPG skyandmoon-07_resize.JPG skyandmoon-08_resize.JPG

ถ้าเห็นพระจันทร์…

คนแรกที่คิดถึงเลยก็คงจะเป็นพี่เสือ
คนที่หลงรักพระจันทร์ (หัวปักหัวปำหรือเปล่า อันนี้ต้องถามอีกที)
วันนี้นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานดีๆ พระจันทร์ก็เยี่ยมหน้ามาทัก
พร้อมกับโทนสีของฟ้าที่สวยชวนให้หยิบหวานใจไปเก็บภาพ
ฟ้าแบบนี้ไม่มีให้เห็นนานแล้ว

skyandmoon-09_resize.JPG

พระจันทร์ไม่กลม
แต่กลับดูสวยเด่นชัด เห็นแล้วคิดถึง
จึงเก็บภาพมาฝากเท่าที่ปัญญากล้องและคนถ่ายจะเก็บได้


ช้า - ช้า

14 08 2008

สัปดาห์ก่อนเดินไปที่ชั้นหนังสือในห้องนอน
สะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่ง “บันทึกคนเดินช้า”
เป็นหนึ่งในหนังสือหลายเล่มที่ซื้อเก็บไว้แล้วยังไม่ได้อ่าน
ตอนนี้ “หน่อไม้” ก็หยุดอ่านไปตั้งแต่เจองานภาคนิพนธ์

หยิบ “บันทึกคนเดินช้า” ออกมาวางเตรียมอ่าน
ไม่รู้ทำไมชื่อเรื่องถึงไปสะกิดต่อมได้ขนาดนี้
อาจจะเพราะระยะนี้ อะไรหลายอย่างในชีวิต “ไปเร็ว มาเร็ว”
บางอย่างมาไม่ทันได้ตั้งตัว และไปโดยไม่ทันจะร่ำลา

ชื่อหนังสือ ทำให้รู้สึกตัวเองทำช่วงเวลาดีๆ ในชีวิตหล่นหาย
ไม่ได้โทษสิ่งรอบกาย นอกจากโทษตัวเองที่ปล่อยให้สิ่งอื่นมีอิทธิพลต่อใจ
ที่แล้วก็แล้วกันไป สิ่งที่เสียไปเรียกคืนมาได้บ้างไม่ได้บ้าง ช่างมันเถอะ
วันนี้ที่พอจะเรียกสติกลับคืนมาได้บ้าง ก็ขอ ” (ชีวิต) เดินให้ช้าลง”
กลับไปมีเวลามองสิ่งที่เคยตกหล่นหรือใครๆ มองข้าม และแก้ไขหลายอย่างให้ดีขึ้น

ถามตัวเองอีกครั้ง…
นี่เราเดินเร็วจนหลงลืมทำสิ่งสำคัญหล่นหายไปมากน้อยแค่ไหนแล้วนี่?
สิ่งเล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ มีค่าต่อจิตใจเสมอ
แต่เพราะภาวะ “เดินเร็ว” และ “เร่งรีบ” บวกกับสิ่งอื่นจิปาถะ
บางครั้งก็เกินที่หัวใจจะตั้งมือรับได้ไหว

สติกลับมาพร้อมกับหัวใจที่เริ่มอ่อนลง ฮ่า…ความรักทำให้จิตใจดี หุหุ
ตั้งใจจะค่อยๆ เดิน เดินให้ช้าลง มีเวลากับตัวเองให้มากขึ้น
ใจเย็น ให้โอกาสตัวเองและคนอื่น โกรธน้อยลง อภัยมากขึ้น สาธุ เอิ๊กกก…

14-8-06_resize.JPG

อีกวันที่ฟ้าหลังฝนตก (ทั้งคืน) สวยใสกิ๊งงงง…
ฟ้าเป็นฟ้า เมฆเป็นเมฆ และฝนก็ยังคงตกเมื่อยากตก
ทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง อดกลั้นบ้าง บางทีก็ทำให้ชีวิตไปได้สวย

ขอบคุณคนดีๆ ที่รายล้อมชีวิต
และเป็นพลังที่ทั้งผลักและดันไม่ให้ล้ม…เสมอมา
สเต็ปแรก…ขอให้ความรักในใจที่มีตอบแทน แทนสิ่งดีๆ ที่ได้รับตลอดมา

14-8-07_resize.JPG

มีเวลากับเมฆ หมอก ดอกไม้
ได้เดินชมแวะทักทายกับดอกไม้น้อยๆ ที่ย้ายจากหลังบ้านมาไว้หน้าบ้าน
สิ่งละอันพันละน้อย กับตัวตนที่กำลังกลับคืนมา ทำให้ยิ้มได้นะเออ : )

ปล. เห็นดอกไม้แล้วไม่ลืมคิดถึงใครบางคน เอิ๊กกก….


ปฏิบัติการตามล่า “กระถางอินเลิฟ”

13 08 2008

สืบเนื่องจากไดอารี่เมื่อวาน…ที่มีคอมเม้นท์ของพี่หย่าย

“เอาล่วย…
กระถ่างรูปหัวใจ

ฝากซื้อและต่อทีเดียว 3 ใบ
ให้คนชื่อ ดวงฤทัย 1
พี่สาวชื่อ ฤทัย 1
ฤ…เหมียนกันอีก 1

; )”

“ต่อ พี่กบอยากได้กระถางอินเลิฟของพี่”
“จัดไปพี่ กี่โมงว่ามา”
และนั่นเป็นจุดต่อมาที่ทำให้เกิดปฏิบัติตามล่า “กระถางอินเลิฟ” ขึ้น
เมื่อคนพร้อม ทุกอย่างพร้อม ฉันรู้สึกมั่นใจกับการปวดอึ
หลังจากพร้อมคือพร้อมจริงๆ แล้ว ล้อเลื่อนขบวนเมื่อตอน 10.30 น.
“หิวว่ะ” ล้อเพิ่งเลื่อนไม่ทันพ้นซอยบ้าน
และเราเลือกจะ “กิน” ก่อน “ทำธุระ” เพราะกองทัพเดินด้วยท้อง
“พี่จะกินอะไร น้องจะได้จัดให้ถูก” น้องต่อผู้เป็นเนวิเกเตอร์ถาม
“หิวข้าว กินได้ทุกอย่างแหละ” ฉันตอบตามใจท้องที่ร้องงอแง
“ทางนี้มีแต่ส้มตำอ่ะพี่” น้องต่อแจกแจง
“แหงะ ส้มตำร้านนั้นเคยกินแล้วไม่อร่อย”
“ต่ออยากกินแย้ที่จอมบึงพี่ มีร้านลมโชย” ต่อขู่ให้ไปกินข้าวอีกอำเภอ
แค่ได้ยินชื่อร้านก็อยากไปแล้ว อย่างน้อย “ลมโชย” แห่งจอมบึงจะเป็นไงบ้างหนอ

kratanginlove-03_resize.JPG

“ลมโชย” ร้านนี้เป็นร้านริมถนน ขายอาหารป่า
เราไปถึงร้านก่อนเที่ยงซึ่งในร้านมีโต๊ะเราเป็นโต๊ะที่สาม
โต๊ะแรกที่ชุลมุนอยู่เป็นโต๊ะของพระสงฆ์ อีกโต๊ะเหมือนจะกินเสร็จแล้วนั่งอยู่คนเดียว
เรารออาหารนานเกินเหตุ โดยไม่ได้นับจากความหิวและจำนวนพยาธิที่ยกมือโบกอยู่ในท้อง
ยุส่งให้คน (ที่เหมือนจะ) สวยเป็นคนตามอาหารมื้อนี้ สำเร็จเสียด้วย
อาหาร 3 อย่าง ได้แก่ กบทอดกระเทียม หมูอบน้ำผึ้ง และแกงจืดเกี้ยมฉ่าย
รสชาติอาหารใช้ได้ แต่ยังไม่พิเศษ ขนาดชี้ชวนเชิญชม
หลังจากอิ่มท้องก็กลับเข้าเมือง แวะซื้อกระถางอินเลิฟ

kratanginlove-22_resize.JPG

ระหว่างทาง…กับเพื่อนร่วมทางคันข้างหน้าที่พยายามปีนมาให้ถ่ายรูป : )
สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเรา 5-6 ตัวอยู่หลังกระบะ
ส่งสายตาแห่งความปรารถนาดีไปยังเพื่อนร่วมโลก
การเดินทางครั้งนี้ของมันไม่น่าจะจบที่โรงฆ่าสัตว์
“เอาไปเชือด ขนาดนี้แหละ ขนาดหมูหันเลย” หนึ่งในผู้โดยสารพูด
ฉันกลืนน้ำลายตัวเอง ไม่ใช่เพราะรสของหมูหัน
แต่เพราะว่าหมูมันยังเด็กเกินไป เราจะยังล่า ฆ่า กันอีกนานแค่ไหน
คิดมากอีกแล้ว…ไม่อยากกินหมูอ่ะ : (

คิดไปถึงคนที่อยากรักนู่น…กับสถานการณ์คล้ายๆ กัน
ที่ทำให้นึกอยากเลิกกินสัตว์ หรือกินให้น้อยที่สุด

“ใบละ 30 บาทค่ะ” คนขาย (คนละคนกับเมื่อวาน)
“หือ ไม่ใช่ 25 บาทเหรอคะ” (อันที่จริงมันคนละราคาเพราะคนละร้านกัน ฮ่าา)
“30 ค่ะ ลดไม่ได้” คนขายไม่สวย เชิด หยิ่ง ไม่น่ารัก ไม่ปลื้มแระ
บอกน้องว่า เดี๋ยวขอวนไปร้านโน้นนะ
เผอิญได้เจอกับคนขายคนเดิมเมื่อวานเสียก่อน
“พี่ กระถางรูหัวใจอ่ะ ใบละ 25 บาทมะได้เหรอ”
“ราคาส่งแล้วค่ะ” คนขายใจดีบอก
“25 เหอะ หนูเอา 4 ใบ 100 นึง นะนะ”
“อ่ะ เอาๆ”
สรุปไม่ต้องวนไปอีกร้านนึง
วันนี้ได้กระถางสำหรับใส่ตะไคร้พี่จิ๊ (ไอริส) มา 2 ใบ
กระถางลายสวยใส่ไม้น้ำมาเปลี่ยนบัวอเมซอนจากอ่างเมื่อวาน
กระถางเล็ก กระถางอาร์ต ของน้องต่อ ที่ปากโย้ปาดไม่เท่ากันอีกใบ
และได้กระถางอินเลิฟทรงแบนสำหรับแขวนได้มาทดสอบความงามอีกกระถางด้วย

14-8-02_resize.JPG

จบกระบวนความกลับบ้าน ลงมือปลูกต้นไม้ รดน้ำเสร็จฝนเทอย่างหนัก
ก็ไม่เข้าใจฝนเหมือนกัน ทำไมต้องตกตอนที่เรารดน้ำเสร็จ

การได้นึกถึงใครบางคนทำให้ความรู้สึกมันล่องลอยกลับไปวันเก่า
อยากทำให้เหมือนวันนั้น อยากเป็นให้เหมือนวันนั้น ก็แค่อยาก ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง
คิดถึง คิดถึง ความคิดถึงลอยเต็มไปหมด ฮิ่วววววว….


12 สิงหา 2551 : วันแม่แห่งชาติ

12 08 2008

แต่วันของแม่มีให้ได้มากกว่าแค่วันนี้เสมอ
เพราะคุยกันทุกวัน ทุกคืน หุหุ

เมื่อวานน้องต่อชวนไปทำบุญ
นัดแนะกันเรียบร้อย วันนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

เป็นการทำบุญที่ (เริ่ม) ง่ายตั้งแต่คนไปทำ
กระทั่งพระที่รับอาหารของเราไว้ ทุกอย่างเสร็จภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที
โอ้วววว… จอร์จ พระน่ารักและใจดี มีมุขตลกแถมด้วย

pict0001_resize.JPG
>> แม่ไก่กกไข่อยู่ในกระถางต้นไม้หน้ากุฎิพระ

เวลาในการทำบุญเสร็จเร็วกว่าที่คิดเยอะมาก
พระอิ่มแต่พวกเราหิวแล้ว ไอ้ครั้นจะหากินในเมืองก็ใช่ที่
ตื่นเช้า (มั้ง) ทั้งที เอารถออกมาแล้ว ขออะไรที่ “พิเศษ” กว่าเดิม

เลยปรงใจไปกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตกที่บางสองร้อย
บรรยากาศลูกทุ่งใช้ได้ แต่สิ่งที่เร้าใจมากกว่านั้นก็คือดอกไม้สีเหลือง
เห็นแล้วอดใจไม่ไหว หยิบหวานใจขึ้นมาเก็บภาพ

pict0004_resize.JPG

pict0009_resize.JPG

pict0013_resize.JPG

ก๋วยเตี๋ยวอร่อย แต่ไก่ย่างจืดมากกกกกก ขอบอก จงอย่างได้กินอีก
ขากลับเลยคิดว่าไหนๆ ก็ออกมาแล้ว เลยวนรถไปหาซื้อกระถางเสียเลย

ร้านแรก
อันที่ปลื้ม มีอันเดียว แล้วแตก
อันที่พอไหว มีอยู่ได้มาเป็นอ่างดินเผาเคลือบ 2 ใบละ 50 บาท
กระถางดินเผาธรรมดา 2 ใบ 30 บาท กับกระถางรูหัวใจ (สำหรับคนอินเลิฟ)
สนนราคาที่ 25 บาท อันที่ปลื้มยังไม่ได้ เลยตัดสินใจแวะร้านต่อไป

เคยซื้อของแล้วรู้สึกไหมว่า ทำไมเราถึงเจอกันช้าไป
ทำไมเราหากันไม่เจอให้เร็วกว่านี้ซัก 5 นาที
นั่นล่ะ คือสิ่งที่รู้สึก
กระถางที่นี่ดูดี มีชาติตระกูล โดนใจ ที่สำคัญไม่แพงด้วย
แม่ค้าก็น่ารัก ต่อก็ง่าย ได้อย่างใจ เสียดายที่เราซื้อมาบ้างแล้ว

ได้กระถางมีชาติตระกูลขนาดเกือบเล็กมา 2 ใบ 30 บาท
โอ่งทรงสูงดินเผาไม่เคลือบ 1 ใบ 120 แต่ต่อเหลือ 100 บาท
ได้อ่างธรรมดาๆ แต่ว่าโดนใจมาใส่ลานไพลิน 1 อัน 20 บาท

ตั้งใจไว้ ยังไงก็ต้องแวะไปอีกแน่ๆ
ฝนตกพอดี แต่ด้วยความที่อยากกลับไปปลูกต้นไม้
ลุยฝนไปเอารถมารับกระถาง ฮ่าาา… กลัวกระถางเปียก

pict0036_resize.JPG

mothersday-41_resize.JPG

กลับมาเอาอัญชันจากบ้านพี่ใหญ่ที่จิ๊กมาคราวนั้นใส่กระถางหัวใจ
ต้นมันใหญ่และพยายามจะหาที่เกี่ยวที่พันเหลือเกิน
เล็งไว้ให้พันเสาไฟฟ้านี่แหละ น่าจะดีที่สุด เอิ๊กกกก…

จัดแจงย้ายต้นไม้ตามชะตากรรม ลงกระถางใหม่ สลับกระถางเก่าบ้าง
ลากๆ ไปรวมเรียงๆ กัน ทั้งเก่าทั้งใหม่
นี่ไม่ใช่สวน แต่เป็นมุมอยากปลูก ของคนอยากปลูก แค่นั้นแหละ

mothersday-43_resize.JPG

โดนคั่นรายการด้วยการแก้งาน
และอาการเริ่มปวดหัว ไม่รู้เพราะนอนน้อยเกินไป (ไม่น่าจะน้อย)
หรือเป็นเพราะโดนฝน เฮอะๆ ก็อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

หมายเหตุประเทศไทย : อินเลิฟ อิอิ